วันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2553

ล้มได้ถ้าใจสู้

ไม่มีใครที่ไม่เคยพบกับความล้มเหลว ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่ก็ล้วนแต่มีผลให้หัวใจท้อแท้ หดหู่ หมดกำลังใจ การที่จะกลับมาเริ่มต้นใหม่ของแต่ละคนนั้นจะช้าหรือเร็วอยู่ที่แรงฮึดเล็กในหัวใจนั่นเอง การเปลี่ยนแปลงอาจเป็นเรื่องน่ากลัวน่าเศร้าสำหรับใครบางคน หากคุณกล้ายอมรับการเปลี่ยนแปลงโดยไม่กลัวตระหนักได้ว่า นั่นคือกระบวนการของการเติบโตและสร้างความแกร่งให้กับตนเอง ไม่ว่าจะล้มสักกี่ครั้งก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป
เมื่อคุณเผชิญหน้ากับความล้มเหลวไม่ได้หมายความว่าคุณพ่ายแพ้ให้ใคร คุณอาจคิดว่าเขาคือคู่แข่งของคุณแต่ที่แท้จรองแล้วคู่แข่งตัวฉกาจนั่นก็คือคุณเอง คุณแค่แพ้ตัวเองหรือพูดง่ายๆว่าแพ้ใจตัวเองนั่นแหละ ดังนั้นคุณจึงไม่ควรไปเปรียบเที่ยบกับใครหากยังเอาชนะตนเองไม่ได้ การเอาแต่เปรียบเทียบกับคนอื่นอาจทำให้รู้สึกว่าคุณประสบความล้มเหลวทั้งชีวิต แม้ว่าคุณจะได้อันดับต้นๆในการแข่งขันหรือประลองใดๆ แต่ถ้าไม่ใช่ที่หนึ่ง สำหรับคุณแล้วนี้ก็คือความล้มเหลวที่ไม่น่าให้อภัย ผิดกับคนอื่นที่ได้อันดับท้ายๆแต่เขากลับไม่คิดว่านี่คือความล้มเหลว ได้เข้ามาร่วมแข่งขันนี่ก็นับว่าฝันแล้ว และทำให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นผู้ชนะจริงๆ
ดังนั้น การเอาแต่เปรียบเทียบกับคนอื่นย่อมไม่มีทางที่คุณจะเห็นความดีงามของตนเอง ขณะที่คอยเปรียบเที่ยบกับคนอื่น ทั้งๆที่จริงแล้วคนเก่งล้วนอยู่ในตัวคุณ เพียงแต่คุณกลับมองไม่เห็นมัน อย่านำความพ่ายแพ้มาตัดสินความสามารถในตัวคุณ การล้มไม่ใช่ความล้มเหลว แต่มันแสดงให้เห็นว่าย่อมจะมีครั้งหน้าที่สดใสกว่ารออยู่อย่างแน่นอน

พักผ่อน

พักผ่อนอยู่กับบ้าน
ความสับสนวุ่นวายที่ทุกคนต่างต้องเจอในระหว่างวันเวลาทำงานนั้นก็เครียดมากพออยู่แล้ว เมื่อมีวันหยุดซัก 1 วัน การหลบเลี่ยงภาวะเหล่านั้นมาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวเงียบๆน่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด
บ้าน สถานที่ส่วนตัวที่คุณอยากทำอะไรก็ได้ การพักผ่อนอยู่บ้านเฉยๆกลายคนคงคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าเบื่อหลังจากชีวิตวุ่นวายมาทุกๆวันแล้ว สิ่งที่คุณคิดว่าน่าเบื่อนั่นแหละได้กลับกลายมาเป็นความผ่อนคลายและสนุกสนานที่สุด
ถ้าหยุดอยู่บ้านแล้วจะทำอะไรล่ะ  นี่คงเป็นคำถามที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด มีกิจกรรมในบ้านมากมายที่สร้างความเพลิดเพลินได้ดีที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือซักเล่มให้จบหลังจากที่ติดค้างเอาไว้นาน จัดแต่งบ้านให้มีมุมใหม่ๆเพื่อรับความมีชีวิตชีวาหรือไม่ก็พักผ่อนนอนหลับอย่างสบาย
เพื่อเพิ่มความกระชุมกระชวยให้มีมากขึ้นสำหรับวันวุ่นๆ ที่ต้องเผชิญในวันรุ่งขึ้น

เปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนขยันกันเถอะ

น่าแปลกที่เรามองคนบางคนว่าขยัน ขณะที่เรามอตัวเองว่าปกติ ความจริงก็ไม่แปลก เพราะว่าเรามองกันคนละมุม   คนที่ขยันมักจะมีทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน และทำงานด้วยใจที่คิดว่านั่นแหละคือมาตรฐานปกติของเรา และที่สำคัญเขาทำแล้วรู้สึกว่ามีความสุข จึงไม่คิดว่าเป็นเรื่องเหน็ดเหนื่อยอะไร ส่วนเราเมื่อมองเข้าไปแล้วก็รู้สึกว่า เขาทำงานด้วยความขยันเป็นพิเศษ
สังเกตไหมว่าคนเรามักจะขยันเป็นบางเรื่องและขี้เกียจเป็นบางเรื่องเช่นกัน บางคนขี้เกียจทำงานบ้าน แต่ขยันเรียน บางคนขี้เกียจทำงานแต่ขยันทำอาหาร นั่นเป็นเพราะว่าเราสนใจต่างกัน
อย่างไรก็ดีการเป็นคนขยันย่อมดีกว่าเป็นคนขี้เกียจ เพราะคนขยันมักเป็นที่ชื่นชอบของคนรอบตัว ซึ่งเราสามารฝึกได้ด้วยวิธีง่ายๆเช่น
  • ทำเสียตอนนี้ เมื่อได้งานมา พอว่างปุ๊บก็ทำเลย อย่าผลัดวัน เพราะหากผลัดวันประกันพรุ่งงานก็จะพอกไปเรื่อยๆ ทางที่ดีเมื่อได้งานมาแล้วควรทำเลย
  • มีกำลังใจ แน่นอนว่าการทำงานชิ้นหนึ่งต้องใช้กำลังใจในการทำงานด้วยเหมือนกัน เราต้องเรียกกำลังใจ อาจคิดง่ายๆว่าทำสักชั่วโมงแล้วดูหนัง เป็นการให้รางวัลตัวเอง แต่ไม่ควรทำอย่างยอ่งคือการให้รางวัลตัวเองก่อนงานเสร็จ
  • ไม่หาข้ออ้าง หลายๆคนชอบหาข้ออ้างให้ตัวเอง เพื่อไม่ต้องให้ตัวเองทำงาน เช่น ดึกแล้ว หมดเวลาแล้ว ทำให้งานที่ทำอยู่ไม่มีความต่อเนื่อง
บุคคลที่ประสบความสำเร็จ มักเป็นคนขยันและทำงานมากกว่าคนที่นั่งๆนอน และขยันขันแข็งในการทำงานทุกชิ้น

กาลเทศะสำคัญไฉน

เราคงเคยได้ยินคำว่า "กาลเทศะ" กันมามาก อาจจะตั้งแต่เราออกมาดูโลกแล้วพอจะรู้ความเลยด้วยซ้ำ คำว่า "กาล" และ "เทศะ" คงจะหมายความตรงตัวที่ว่า การทำตัวให้ถูกสถานที่ถูกเวลาและความเหมาะสม ตัวอย่างมีให้เห็นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การพูด การแต่งกาย ทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้ล้วนแฝงอยู่ในชีวิตประจำวัน ดังนั้นเราจึงต้องทำตัวให้เหมาะสม หรือที่เรียกว่าถูกกาลเทศะ
การที่เราเป็นคนรู้จักกาลเทศะได้นั้น  สิ่งหนึ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้เลย คือการรู้ธรรมเนียมปฏิบัติที่แตกต่างกันไปตามสังคม เคล็ดลับเช่น
  • ต้องรอบรู้ กฏเกณฑ์ทางสังคม มารยาทที่สำคัญ เรียนรู้เอาไว้ไม่เสียหาย
  • รู้จักปรับตัว ในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน เราก็ควรวางตัวในลักษณะที่ต่างกันด้วย
  • จำข้อผิดพลาดไว้เป็นบทเรียน เรียนรู้ข้อผิดพลาดนั้น แล้วนำมาใช้เป็นบทเรียน
  • ให้เกียรติผู้อื่น บางคนเห็นชาวบ้านตาสีตาสาก็ไม่คิดจะให้เกียรติคนเหล่านั้น ผู้ที่มีความเจริญต้องให้เกียรติคนทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ขอทานที่นั่งตามท้องถนน
  • ถ้าไม่รู้ธรรมเนียมก็ให้ถามหรือศึกษา ในกรณีที่ไปต่างถิ่นก็ให้ถามผู้รู้ หรือคนในท้องถิ่น
  • ไม่อวดตัว การอวดตัวถือว่าเป็นนิสัยที่ไม่ดีเลย เพราะหากเรามีสิ่งดีๆเหล่านั้นจะเผยออกมาโดยที่เราไม่รู้ตัว การแสดงอาการอวดตัวทำให้เราดูเหมือนคนไม่รู้จักกาลเทศะ

วันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2553

RESUME(ประวัติส่วนตัว)

ชื่อ นายเอกชัย พงษ์ชวลิต ชื่อเล่น ต๋อง

เกิดวันที่ 17 พฤษภาคม 2530

ประวัติการศึกษา อนุบาล-ประถม6 โรงเรียนศุทธารัตน์            จังหวัดชลบุรี

                               มัธยม           1-6 โรงเรียนชลราษฎรอำรุง    จังหวัดชลบุรี
                                         
 ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ที่ มหาวิทยาลัย บรูพา คณะ มนุษย์ศาสตร์ ฯ สาขานิเทศศาสตร์
เอกวารสารศาสตร์

มีพี่น้องทั้งหมดสองคน ผมเป็นคนโต และ น้องสาวอีกหนึ่งคน

นิสัย  เป็นคนใจดี แต่ใจร้อน ชอบช่วยเหลือคนที่ลำบากกว่าเรา